จุดภาพตาเสื่อมในผู้สูงวัย
โรคเอเอ็มดี(AMD)… โรคที่ทำให้คนอายุ 50+ ปีตาบอดได้
โดย พญ.วรพร ชัยกิจมงคล, นพ.ดิเรก ผาติกุลศิลา
โรคเอเอ็มดี หรือโรคจอประสาทตาเสื่อมเนื่องจากอายุ (age-related macular degeneration หรือ AMD) เป็นโรคที่ทำให้เกิดภาวะตาบอดได้ซึ่งพบในคนที่มีอายุมากกว่า 50 ปีขึ้นไป จากการสำรวจโดยองค์การอนามัยโลกปี พ.ศ.2552 โรคเอเอ็มดี เป็นสาเหตุอันดับ 4 ของภาวะตาบอดในประชากรทั่วโลก โดยพบรองจากโรคต้อกระจก สายตาผิดปกติที่ไม่ได้รับการแก้ไข และต้อหิน ตามลำดับ1
|
|
|
| ภาพที่คนปกติเห็น |
ภาพที่ผู้ป่วยเห็น: มีเงาดำบังบริเวณกลางภาพ |
ในคนปกติเมื่อมองไปยังสิ่งต่างๆรอบตัว ควรเห็นภาพชัดเจนไม่มีเงาดำมาบดบังส่วนใดส่วนหนึ่งของภาพ แต่ผู้ป่วยที่เป็นโรคเอเอ็มดี เมื่อมองไปยังสิ่งใดๆก็ตามจะพบว่ามีเงาดำบังบริเวณกึ่งกลางของภาพเสมอ ผู้ป่วยบางคนอาจมีอาการภาพบิดเบี้ยวนำมาก่อนแล้วมีเงาดำเพิ่มขึ้นมาทีหลัง สาเหตุของโรคนี้เกิดจากจุดรับภาพชัด (macula) ของจอประสาทตาซึ่งมีหน้าที่ช่วยการมองเห็นบริเวณกึ่งกลางภาพ มีความผิดปกติเกิดขึ้น โดยแบ่งความผิดปกติเป็น 2 ชนิด คือ ชนิดแห้ง (Dry AMD) และชนิดเปียก (Wet AMD)
ชนิดแห้ง : จอประสาทตาจะเสื่อมและบางลง พบได้บ่อยในผู้สูงอายุทั่วไป มีผลทำให้การมองเห็นแย่ลงอย่างช้าๆ โดยมากไม่จำเป็นต้องได้รับการรักษา แต่ชนิดแห้งสามารถพัฒนาไปเป็นชนิดเปียกได้
ชนิดเปียก : พบน้อยกว่าชนิดแห้งแต่เป็นชนิดที่รุนแรงกว่า สามารถทำให้การมองเห็นแย่มากจนอยู่ในระดับเลือนรางหรือตาบอดได้ ชนิดนี้จะมีเส้นเลือดงอกผิดปกติที่ใต้จอประสาทตา ทำให้เกิดเลือดออก หรือแผลเป็นที่จอประสาทตา ส่งผลให้ผู้ป่วยเห็นเป็นเงาดำบริเวณกึ่งกลางของการมองเห็น
แม้โรคเอเอ็มดีชนิดเปียกจะมีการดำเนินโรคที่รวดเร็ว แต่ถ้าวินิจฉัยพบตั้งแต่ระยะแรกๆโดยส่วนใหญ่จะสามารถควบคุมไม่ให้โรคลุกลาม สามารถรักษาระดับการมองเห็น และผู้ป่วยบางส่วนอาจมีการมองเห็นที่ดีขึ้นได้2
อย่างไรก็ตาม เป็นที่น่าเสียดายว่าความก้าวหน้าทางการแพทย์ในปัจจุบัน ยังไม่สามารถรักษาผู้ป่วยที่ตามัวลงจากโรคเอเอ็มดีขั้นรุนแรงให้กลับมามองเห็นชัดเท่าคนปกติได้ ซึ่งต่างจากโรคต้อกระจกที่การผ่าตัดสลายต้อใส่เลนส์เทียมสามารถทำให้ผู้ป่วยกลับมามองเห็นเป็นปกติอีกครั้ง นอกจากนี้โรคเอเอ็มดีสามารถเกิดกับตาทั้ง 2 ข้าง โดยอาจเกิดขึ้นกับตาข้างหนึ่งก่อนโดยผู้ป่วยยังไม่สังเกตเพราะมีตาอีกข้างช่วยทดแทนการมองเห็น บ่อยครั้งที่ผู้ป่วยมาพบแพทย์เมื่อโรคเกิดในตาข้างที่สอง ซึ่งมักจะช้าเกินไปสำหรับการรักษาตาข้างแรก
ด้วยเหตุนี้ การหมั่นสังเกตและเฝ้าระวังการเกิดโรคเอเอ็มดีด้วยตนเองจะช่วยให้ผู้ป่วยสามารถพบความผิดปกติและไปพบจักษุแพทย์ตั้งแต่เนิ่นๆ ซึ่งจะมีผลการรักษาดีกว่าตรวจพบเมื่อโรคลุกลามมากแล้ว
จะตรวจโรคเอเอ็มดีเบื้องต้นด้วยตนเองได้อย่างไร? ...สามารถตรวจได้โดยใช้ ตารางแอมสเลอร์ (Amsler Grid) ที่เห็นด้านล่าง ตามขั้นตอนดังนี้
|
|
1.ใช้มือปิดตาซ้าย ถือตารางแอมสเลอร์ในระยะอ่านหนังสือ ห่างจากตาประมาณ 1 ฟุต (ให้สวมแว่นสายตา แว่นอ่านหนังสือ หรือคอนแทคเลนส์ได้ตามปกติ) 2.ใช้ตาขวามองที่จุดดำเล็กๆกลางภาพ พยายามเพ่งมองที่จุดนี้ตลอดเวลา 3.สังเกตดูว่ามีตารางส่วนใดที่บิดเบี้ยว หรือมีเงาดำบังหรือไม่ ถ้ามี...แสดงว่าคุณอาจจะเริ่มมีอาการของโรค AMD ควรรีบไปพบจักษุแพทย์โดยเร็ว 4.ทดสอบตาซ้าย โดยเอามือปิดตาขวา และปฏิบัติตามขั้นตอนข้างต้นอีกครั้ง |
||||
|
**การทดสอบนี้แม้จะมีประโยชน์ในการทดสอบความผิดปกติของตาเบื้องต้น แต่ไม่สามารถนำมาใช้ทดแทนการตรวจตาเป็นประจำทุกปีโดยจักษุแพทย์ โดยเฉพาะในผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไปได้ **ท่านสามารถตัดตารางแอมสเลอร์นี้ และนำไปติดไว้ที่ผนังห้อง เพื่อใช้ทดสอบการมองเห็นเป็นประจำทุกวัน
|
||||
วิธีการรักษาโรคเอเอ็มดีชนิดเปียกที่มีในปัจจุบัน ได้แก่ การฉายแสงเลเซอร์ การรักษาด้วยโฟโต้ไดนามิก การฉีดยา Anti-VEGF เข้าน้ำวุ้นลูกตา เป็นต้น โดยจักษุแพทย์จะเป็นผู้พิจารณาและแนะนำแนวทางการรักษาที่มีความเหมาะสม ได้ประโยชน์สูงสุดสำหรับผู้ป่วยแต่ละราย
การป้องกัน สวมแว่นกันแดด รับประทานอาหารจำพวกผักใบเขียว ผลไม้สด และอาหารจำพวกปลา หลีกเลี่ยงอาหารจำพวกไขมัน งดการสูบบุหรี่ อีกทั้งควรออกกำลังกาย ลดน้ำหนักและควบคุมความดันโลหิตสูงด้วย การรับประทานวิตามินเสริมอาจช่วยป้องกันหรือชะลอความรุนแรงของโรคเอเอ็มดีได้แต่ควรปรึกษาจักษุแพทย์ก่อนเพราะการรับประทานเป็นเวลานานอาจเกิดผลข้างเคียงได้
หากสงสัยว่ามีอาการของโรคเอเอ็มดี ควรรีบไปพบจักษุแพทย์เพื่อรับการขยายม่านตาตรวจอย่างละเอียด ซึ่งขั้นตอนการตรวจนี้จะส่งผลให้ตามัวลงชั่วคราว ไม่สามารถอ่านหนังสือหรือขับรถได้ราว 4-6 ชั่วโมงก่อนคืนสู่ภาวะปกติ จึงควรพาญาติหรือผู้ใกล้ชิดไปโรงพยาบาลด้วย เพื่อช่วยดูแลท่านขณะเดินทางกลับบ้าน
References:
1. World Health Organization. Visual impairment and blindness. Fact sheet 282. May 2009. Available athttp://www.who.int/mediacentre/factsheets/fs282/en Accessed 09/13/10
2. National Eye Institute (US). Age-related macular degeneration: what you should know. Available at:www.nei.nih.gov/health/maculardegen/armd_facts.asp#1a Accessed 09/13/10
3 .AMD Alliance International. Age-related macular degeneration: Prevention and Early Detection. Available at:http://www.amdalliance.org/home.html Accessed 09/13/10
| < ย้อนกลับ | ถัดไป > |
|---|








